[รีวิว] Plantronics Backbeat Pro 5100  หูฟังไร้สายตอบโจทย์การฟังเพลง และ การสนทนา ได้ดี 

[รีวิว] Plantronics Backbeat Pro 5100  หูฟังไร้สายตอบโจทย์การฟังเพลง และ การสนทนา ได้ดี 

กลับมาพบกับการรีวิว Gadget และ มือถือจากทีม Sanook! Hitech กันอีกแล้ว ในครั้งนี้ทีม Sanook! Hitech ได้นำหูฟังจาก Plantronicss ซึ่งเปิดตัวรุ่นใหม่ทั้งหมด 3 รุ่นแต่รอบนี้ขอนำเสนอในรุ่น Backbeat Pro 5100 ที่เคลมว่าเสียงดีทั้งการฟังเพลงและการโทร จะดีแค่ไหน เรามาอ่านกันเลย 

รูปลักษณ์และดีไซน์ของ Plantronics Backbeat Pro 5100 

เริ่มต้นกับกล่องเก็บหูฟังกันก่อน รูปทรงสวยงามและมีขนาดไม่ใหญ่ ฝาด้านบนมีโลโก้ PLT โดดเด่นไม่น้อย เพียงแต่ว่าช่องชาร์จไฟที่อยู่ด้านล่างยังเป็น Micro USB 

sa_plt_5100001
sa_plt_5100002
sa_plt_5100003
sa_plt_5100004

เปิดฝาออกกจากการกดปุ่มด้านหน้า ก็จะพบกับหูฟังที่มีทรงกลมไม่ได้ใหญ่มากนัก  

sa_plt_5100007

sa_plt_5100005

ด้านหน้าจะมีปุ่มกด และเป็น Touch Panel สามารถสังงานทั้งการแตะและกดได้  พร้อมไฟบอกสถานะ พร้อมกับไมโครโฟน ข้างละ 2 รวมทั้งหมด 4 ตัว

sa_plt_5100011
sa_plt_5100012

ด้านในของหูฟังเป็นแบบ In Ear พร้อมกับครีบเล็กๆ ไว้ล็อคกับหูของเราได้อย่างแน่นหนา 

การสวมใส่ / น้ำหนัก  

จากที่ดูรูปทรง และ ลองใส่หูฟัง Plantronics Backbeat Pro 5100 ทำได้ไม่ยากนัก แค่ใส่เข้าไปในหูไม่ต้องดัน เพราะหูจะเข้าไปอัตโนมัติ การออกแบบสามารถใส่ได้นานทั้งวันเพราะยางไม่มีการดัน ทำให้รู้สึกแน่นตลอดเวลา  

แต่ก็มีข้อควรระวังคือเรื่องของการเก็บเสียงของหูฟังรุ่นนี้ค่อนข้างทำได้ดีมาก จนทำให้เกิดความเสี่ยงถ้าต้องนำไปใช้ออกกำลังกายกลางแจ้ง เพราะคุณจะไม่ได้ยินเสียงอะไรรอบตัวเลย แต่ถ้าใช้ในการเดินทางต่างๆ ไม่อยากให้ใครรบกวน เป็นตัวเลือกที่ดีมาก 

ส่วนสีสันมีให้เลือกแค่สีดำเท่านั้น พร้อมกับแท่นชาร์จสีดำและมีจุกเปลี่ยนพร้อมกับปรับให้หูฟังกระชับมากขึ้น 

ลองใส่ฟังเพลง และใช้งาน Plantronics Backbeat Pro 5100 

ในการใส่ไม่ยากอย่างที่บอก แต่การสั่งงานนั้นให้คุณแค่แตะข้างซ้ายข้างไว้คือการลดเสียง, แตะแล้วปล่อยคือการเพิ่มเสียง, กดนั้นจะเป็นการควบคุมสามารถสั่งหยุดเพลง, ปิดเครื่อง, เปิดระบบ Voice Assistant ของ Google Assistant ได้ 

ในส่วนของเสียงเพลงที่ออกมาจากหูฟังรุ่นนี้ ทำได้ในเรื่องเสียงกลาง, เบส ได้แน่นจนหันกลับมามองยี่ห้อว่า Plantronicss ที่เก่งในเรื่องของการทำหูฟังแบบสนทนา ก็มีการพัฒนาในเรื่องการฟังเพลงแล้ว ส่วนแหล่ม อาจจะไม่ได้ออกมากเท่าไหร่ แต่ก็ยังให้การฟังเพลงได้ทุกแนวได้สบายๆ แต่ทีม Sanook! Hitech แนะนำควร Burn หูฟังสัก 2 วันโดยฟังเพลงไปเรื่อยๆ เดียวเสียงก็จะดีขึ้นเอง 

ความโดดเด่นคือเรื่องการใช้สนทนาเพราะว่า ไมโครโฟนทั้ง 4 ตัวรอบตัวหูฟัง ช่วยจัดเสียงได้แนบเนียนเลยทีเดียว จากที่ลองถ้าเป็นที่เงียบไปเลย ตัดแม้กระทั่งเสียงแอร์ แต่ถ้ากลางรถไฟฟ้า ต้องให้มือถือต่อ 4G LTE และ VoLTE จะดีเพราะจะถึงความสามารถของ HD Voice มาได้ 

Software ควบคุม 

 

ทางด้าน Software จาก Application ที่มีชื่อว่า Backbeat จะสามารถจัดการให้หูฟังของคุณรู้ว่าข้างไหนจะเป็นข้างหลัก ถ้าตั้งแล้ว ถ้าไม่หยิบข้างนั้นก่อนจะทำให้คุณไม่สามารถเชื่อมต่อได้ แต่เชื่อว่า Plantronics จะแก้ปัญหานี้ในไม่ช้า และยังสามารถตามหาหูฟัง, ปรับตั้งค่าเรื่องเสียง หรือ จะเป็นการกดปุ่มให้ทำอะไรได้ ถือว่าง่ายและควบคุมได้สบาย 

แบตเตอรี่ / การชาร์จไฟ 

หูฟังรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Bluetooth 5.0 พร้อมกับเทคโนโลยี Low Energy ก็ทำให้หูฟังนี้สามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่อง 6.5 ชั่วโมง แต่ที่ลองฟัง แท่นช่วยให้ฟังเพลงได้นานสุด 13.5 ชั่วโมงทั้งวัน แต่ที่ทีม Sanook! Hitech ทดลองคือเปิดปิด ฟังวันนึงไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ก็สามารถใช้งานได้ 3 วันโดยไม่ต้องให้แท่นชาร์จไฟ  

มีข้อสังเกต ถ้าปล่อยไปเลยไม่ได้ยุ่งกับมัน 1 สัปดาห์ ไฟฟ้าชาร์จะเข้าหูตลอดเวลา อาจจะทำให้ไฟฟ้าแบตฯหมด ดังนั้น ควรสังเกตไฟฟ้าว่าพร้อมใช้หรือไม่ก็จะดีนะครับ 

สรุปหลังกจากทีม Sanook! Hitech ได้ลองใช้ Plantronics Backbeat Pro 5100 เป็นระยะเวลาหนึ่ง 

 

กลายเป็นอีกหูฟังแบบ True Wireless ที่ไม่ได้มีแค่การฟังเพลงที่แสนเพราะ แต่ยังสามารถใช้โทรศัพท์ หรือจะใส่เพื่อกันเสียงรบกวนได้ เรียกได้ว่าเป็นหูฟังที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง  

ด้วยราคาของหูฟัง Plantronics Backbeat Pro 5100 อยู่ที่ 6,590 บาท ซึ่งในรีวิวนี้ขึ้นวันสุดท้ายของงาน Thailand Mobile Expo 2019 รอบสุดท้ายของปี ก็ยังมีโปรโมชั่นในงานใครสนใจก็สามารถตรงไปซื้อที่ ไบเทคได้ หรือ ตามร้านค้าทั่วไปก็ได้เช่นกัน 

ลุงคาบมาจาก sanook.com

Loading...
Loading...
%d bloggers like this: